เมื่อเราไม่สบายนั่นหมายความว่าพลังสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในร่างกายของเราเกิดการติดขัดไหลเวียนไม่สะดวก
เมื่อไหลเวียนไม่สะดวกก็เป็นที่มาของโรคภัยไข้เจ็บที่ไม่มีเชื้อโรคทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปวดเมื่อย ปวดหัว
อ่อนเพลีย มะเร็ง กระเพาะ เป็นต้น การจะป้องกันและรักษาโรคภัยเหล่านี้ได้ก็ต้องทำให้โมเลกุลในร่างกายของ
เราเรียงตัวให้เป็นระเบียบเหมือนเดิม เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นิวคลีโอไทด์ผลิตกระแสไฟฟ้าสนามแม่เหล็กออก
มาในปริมาณที่เป็นปกติ เกิดเป็นพลังที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าพลังปราณวิ่งไปมาในร่างกายโดยไม่ติดขัด
มาถึงตรงนี้อาจมีคำถามขึ้นมาจากหลายๆ คนว่า แล้วดนตรีมาเกี่ยวอะไรกับพลังปราณด้วย...
คนสมัยก่อนเข้าถึงการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจได้ดีกว่าเรา ซึ่งดำเนินชีวิตท่ามกลางความวุ่นวายไม้เว้น
แต่ละวัน วิธีการผ่อนคลายส่วนใหญ่คือการนั่งสมาธิแบบพุทธ สำหรับคนสมัยนี้การนั่งสมาธิกลับกลายเป็นเรื่อง
ยากเย็นเข็ญใจ น่าเบื่อหน่าย แค่ทำจิตใจให้สงบไม่ฟุ้งซ่านเพียง 5 นาทีก็ยากเต็มที ปัจจุบันจึงมีการใช้ดนตรี
เป็นสื่อกลางในการเข้าถึงสมาธิ
เมื่อสงบจนถึงที่สุดร่างกายก็ก่อเกิดการเคลื่อน
ไหว หรือที่ตามหลักอี้จิงกล่าวไว้ว่า เมื่อนิ่งจนถึงที่สุดย่อมก่อเกิดการเคลื่อนไหว เมื่อเคลื่อนไหวจนถึงที่สุดย่อม
ก่อเกิดความสงบนิ่ง ซึ่งประโยคนี้เป็นหัวใจหลักของการฝึกดนตรีบำบัด |