กล่าวกันว่าโยคีในสมัยโบราณได้ถ่ายทอดเสียงที่ตนได้ยินจากภายในร่างกายออกมาเป็นถ้อยคำในภาษาสันสกฤต
หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าอักษรสันสกฤตแต่ละตัวเป็นตัวแทนของการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในร่างกาย และเป็นตัวแทน
ของพลังที่ปลอดปล่อยออกมาจากจักระเหล่านั้น ด้วยธรรมชาติอันงดงามและน่าอัศจรรย์ของภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็น
ที่มาของ "มนตรา" และ "มนตราบำบัด"
มนตราซึ่งสวดกันเป็นมนต์คาถา สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าที่เขียนขึ้นเป็นภาษาสันสกฤตนั้น หากสวดอย่างต่อเนื่องจะ
ช่วยให้จิตที่กระสับกระส่ายสงบลงได้ เพราะเสียงทุกเสียงที่เปล่งออกมาล้วนมีพลังมากจนเข้าไปถึงจักระและส่งผล
ต่อจักระได้ (ดูเรื่องจักระเพิ่มเติม)
ทั้งนี้ เนื่องจากเสียงสวดมนตราจะทำให้เกิดเสียงทุ้มต่ำ (เสียงในลำคอที่มีการลากเสียงยาวต่อเนื่องและต่ำ) ซึ่งนับ
เป็นเสียงพื้นฐานของดนตรีบำบัด เสียงรองหรือเสียงที่สอดคล้องซึ่งอยู่เหนือเสียงพื้นฐานนั้นๆ ขึ้นไปอีกมากมาย
หลายระดับชั้น จะช่วยให้พลังของเสียงนั้นเข้มข้นขึ้น เพราะเสียงในระดับที่สูงขึ้นจะมีการสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นเป็น
หลายเท่าของการสั่นสะเทือนของเสียงพื้นฐาน ร่างกายและหูของเราจะตอบสนองต่อระดับเสียงพื้นฐานอย่างฉับพลัน
ทันที ในขณะที่เสียงในระดับสูงขึ้นจะส่งผลอันมหัศจรรย์ต่อเราอย่างนุ่มนวล โดยจะช่วยปรับสมดุลพลังร่างกายคือ
จักระและสนามพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า (ออร่า) รอบนอกตัวเราได้
เสียงทุ้มต่ำที่เกิดโดยการสวดมนตราเป็นตัวหลักสำคัญของการบำบัดด้วยการทำสมาธิ เนื่องจากเป็นการอาศัย
คลื่นเสียงให้ช่วยส่งต่อพลังงานไปนวดร่างกายของมนุษย์ และขยายปฏิกิริยาต่อเนื่องสู่จักระในร่างกาย ซึ่งควบคุม
การเคลื่อนย้ายของพลังงานทั่วร่างกาย
นับจากแหล่งกำเนิดอันเป็นปริศนาของอักษรภาษาสันสกฤตจน การเรียนรู้ถึงผลกระทบที่มีต่อการบำบัดร่างกาย ด้วยการท่องมนตราสันสกฤต มาจนถึงการเรียนรู้ถึงเส้นทางการเดินทางของพลังในร่างกาย และทำให้เราตระหนัก ถึงวิธีใช้คุณลักษณะพิเศษของเสียงเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่สุขภาพของเรา และเพื่อให้เราสื่อสารกับธรรมชาติ ที่มีอยู่ภายในตัวเราได้ มนตราบำบัดจะเปิดมุมมอง เปิดโลกทรรศน์ใหม่ให้กับสิ่งที่มนุษย์ปัจจุบันคิดว่าเหลวไหล
และงมงายด้วยวิทยาศาสตร์สุขภาพสมัยใหม่ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับการรักษาบำบัดในปัจจุบัน |